ทองของดูไบราคาถูกกว่าไทยเพราะ

ขึ้นชื่อว่า ดูไบ ย่อมไม่มีอะไรปกติแน่ๆ เนื่องจากนี่เป็นเมืองที่ความอัศจรรย์ที่ผันตัวเองจากดินแดนทะเลทรายมาสู่ความมั่งมี ล้ำยุคไปด้วยเทคโนโลยีรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ตระการตาเป็นศูนย์กลางกิจการค้า ธุรกิจ รวมทั้งวิธีขายผลิตภัณฑ์ปลอดภาษี ช่วงเวลาเดียวกันก็ยังมีตลาดหรือที่เรียกว่าซุก (Souk) แบบดั้งเดิม ที่ขายสินค้า มากมายหลายอย่าง ได้แก่ spice souk หรือตลาดเครื่องเทศ souk madinat หรือตลาดพื้นบ้าน แม้กระนั้นที่ขึ้นชื่อลือนามที่สุดก็คือ Gold Souk หรือตลาดขายทองคำนั่นเอง

Gold Souk ตั้งอยู่ในย่านการค้า DEIRA เป็นตลาดทองดั้งเดิม ที่เป็นที่รู้จักเลื่องลือทั้งโลกมาตั้งแต่ทศวรรษ1940 เมื่อมีพ่อค้าแล้วก็นักลงทุนจากประเทศอินเดียแล้วก็ประเทศอิหร่านเดินทางเข้ามาค้าขายในแถบนี้ และก็ยังคงความชื่นชอบอยู่จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ด้วยเป็นตลาดทองไม่เสียภาษี คุณภาพดี ราคาดี แล้วก็เป็นตลาดทองคำรูปพรรณที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีร้านค้าซื้อ ขาย ทองและก็จิวเวอรี่ในตลาดนี้กว่า 300 ร้านค้า คาดการณ์กันว่าในบางช่วงการค้าทองในGold Souk รวมกันแล้วมีมากยิ่งกว่า 10 ตันเลยทีเดียว

ทองคำรูปพรรณที่ขายอยู่ใน Gold Souk จะมีสีแดงมากยิ่งกว่าทองคำรูปพรรณที่ขายในร้านค้าทองคำของไทย ด้วยเหตุว่ามีเนื้อทองคำน้อยกว่าเป็น มีอยู่ประมาณ 21 กระรัต (21K) หรือราวๆ 87.5% ซึ่งน้อยกว่าทองคำรูปพรรณของไทยที่มีเนื้อทองคำ 96.5% หรือ 23.16 กระรัต (23.16 K)

ราคาทองกำหนดตามน้ำหนักคนขายจะกำหนดราคาจากลวดลายรวมทั้งความสามารถช่างทอง คนซื้อสามารถต่อราคา ซึ่งที่ Gold Souk ขึ้นชื่อว่าเป็นเลิศในแหล่งที่ทองคำราคาต่ำที่สุดในโลก เว้นแต่ทองคำรูปพรรณแล้วลูกค้ายังสามารถซื้อทองแท่งเพื่อการลงทุน หรือนำทองคำเก่ามาแลกเป็นทองคำใหม่ได้ด้วย โดยอัตราราคาทองประจำวันใน souk อ้างอิงตามอัตราทองสากลของวันนั้น แล้วก็ติดราคาไว้ตามตู้แสดงผลิตภัณฑ์ของแต่ละร้านค้าราวกับร้านค้าทองคำในประเทศไทย

ตอนนี้ ดูไบ ยกฐานะตัวเองจากตลาดค้าทองคำแบบดั้งเดิมในซุค สู่การเป็นศูนย์กลางกิจการค้าทองที่โลกยุคใหม่ได้อย่างเร็ว ด้วยประสิทธิภาพทองที่มีความบริสุทธิ์สูง มีดีไซน์ให้เลือกนานาประการ เป็นผลิตภัณฑ์ไม่เสียภาษี และก็แพงถูกกว่าประเทศอื่นๆนั่นเอง

Close Menu